เทคโนโลยีอัจฉริยะ เพื่อผู้ปกครองใช้ติดตาม “ลูก”

โลกเริ่มอยู่ยากขึ้นทุกวัน มีข่าวเด็กตกเป็นเหยื่อจากการกระทำของผู้ใหญ่ (หรือแม้แต่เด็กด้วยกัน) อยู่หลายข่าวติด ๆ กัน เมื่อก่อนก็จะมีเรื่องลักพาตัว สมัยนี้ก็มีเรื่องหลอกลวงเด็ก ทำร้ายร่างกายเด็ก รวมถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากความประมาทของผู้ใหญ่ด้วย

ดังนั้น การปล่อยให้บุตรหลานอยู่ในสังคมลักษณะนี้ก็เสี่ยงเกินไป ในเมื่อผู้ปกครองก็ไม่สามารถจะตามดูแลลูกได้ตลอดเวลา ก็เลยต้องมีเทคโนโลยีสุดอัจฉริยะ ที่ผู้ปกครองสามารถใช้ติดตามตัวให้เด็ก ๆ ให้อยู่ในสายตาได้แบบเรียลไทม์ ลูกอยู่ไหน เรียนอยู่ไหม ถูกใครพาตัวไปหรือเปล่า หรือติดอยู่ในรถรับส่งนักเรียนไหม เทคโนโลยีเหล่านี้สามารถช่วยคุณพ่อคุณแม่ได้

1. นาฬิกาโทรศัพท์สำหรับเด็ก

ในกรณีของเด็กเล็ก ที่ผู้ปกครองไม่อยากจะให้เด็กพกโทรศัพท์ เพราะมีโอกาสที่จะถูกขโมย เด็กทำหาย และมีผลต่อพัฒนาการของเด็ก แต่นาฬิกาเป็นสิ่งที่อยู่ติดตัวเด็กได้ตลอดเวลา (ถ้าเด็กไม่ถอดออก) มองผ่าน ๆ ก็เหมือนนาฬิกาธรรมดา ๆ ของเด็ก ซึ่งหน้าตาของนาฬิกาตัวนี้จะคล้ายกับสมาร์ทวอชของผู้ใหญ่ มีฟังก์ชันโทรออก-รับสาย และสามารถติดตามบุตรหลานจากนาฬิกาสมาร์ทโฟนของผู้ปกครอง ซึ่งมีหลายแบบ เช่น

  • แบบไม่มี GPS ใช้สำหรับการติดต่อสื่อสารโดยการโทรเท่านั้น ไม่สามารถระบุตำแหน่งหรือติดตามสัญญาณเด็กผ่านแอปพลิเคชันที่สมาร์ทโฟนผู้ปกครอง
  • แบบ LBS (Location Based Service) ใช้สำหรับการติดต่อสื่อสารโดยการโทร ส่งข้อความเสียงได้ ผู้ปกครองติดตามลูกผ่านแอปพลิเคชันได้ และระบุตำแหน่งแบบกว้าง ๆ ได้ แต่อาจคลาดเคลื่อนจากที่อยู่จริง
  • แบบมี GPS ใช้สำหรับติดต่อสื่อสารโดยการโทร ส่งข้อความเสียงได้ ผู้ปกครองติดตามลูกผ่านแอปพลิเคชันได้ และระบุตำแหน่งที่เด็กอยู่ได้จริง ๆ ตามพิกัดของ GPS
  • แบบ 4G ใช้สำหรับติดต่อสื่อสารโดยการโทรแบบวิดีโอคอล ส่งข้อความเสียงได้ ผู้ปกครองติดตามลูกผ่านแอปพลิเคชันได้ ระบุตำแหน่งที่เด็กอยู่ได้จริง ๆ ตามพิกัดของ GPS ซึ่งจะสามารถระบุพิกัดในที่อับสัญญาณ GPS ได้ หากเชื่อมต่อกับ Wi-Fi และกันน้ำได้

2. เครื่อง GPS ขนาดจิ๋ว

ผู้ปกครองบางคนไม่อยากให้ลูกใส่นาฬิการาคาแพง ที่จะเป็นที่ล่อตาล่อใจโจรผู้ร้าย การใช้เครื่องส่งสัญญาณ GPS ขนาดจิ๋วช่วยปัญหานี้ได้ ยิ่งรุ่นใหม่ ๆ ขนาดก็ยิ่งเล็กลง เพราะชิ้นเล็ก พกพาง่าย ใส่กระเป๋าสตางค์ก็ยังได้ และหน้าตาของบางรุ่นยังเอามาคล้องห่วงทำเป็นพวงกุญแจดูเนียนสุด ๆ มีให้เลือกหลายแบบหลายรุ่น

ซึ่งฟังก์ชันการใช้งานโดยรวมจะคล้ายกัน คือ จะมีแจ้งเตือนไปยังโทรศัพท์ปลายทางหากกดปุ่มส่งสัญญาณ สามารถตั้งค่าพื้นที่ หากบุตรหลานออกนอกพื้นที่ที่กำหนด เครื่องจะส่งสัญญาณมาแจ้งทันที แถมบางรุ่นยังมีฟังก์ชันสำหรับดักฟังการสนทนา แม้ว่าจะดูน่ากลัวไปหน่อยสำหรับเด็ก เพราะทำอะไรพ่อแม่รู้หมด แต่ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน พ่อแม่ก็สามารถฟังได้ว่าลูกกำลังทำอะไร อยู่ที่ไหน ต้องการความช่วยเหลือหรือไม่Advertisement

3. แอปพลิเคชันต่าง ๆ 

ในกรณีที่เด็กโตพอจะรับผิดชอบของมีค่าอย่างโทรศัพท์มือถือแล้ว ใช้เป็น ไม่ทำหาย ดูแลรักษาของได้ ซึ่งก็คือวัยที่ไม่มีปัญหาแล้วหากจะพกโทรศัพท์ พ่อแม่ผู้ปกครองก็สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันต่าง ๆ เหล่านี้ติดมือถือลูกเอาไว้เลย เพื่อประโยชน์ในการติดตามตัว ไม่ว่าลูกจะทำอะไรอยู่ที่ไหนก็หายห่วง เช่น

  • Life360 เป็นแอปฯ ที่มีความสามารถในการติดตามคนได้ค่อนข้างแม่ยำและมีประสิทธิภาพ ใช้เทคโนโลยี GPS ในการติดตาม มีฟีเจอร์เสริมอย่าง Life360 Circles หรือ Life360 Places หาตำแหน่งของสมาชิกคนอื่น ๆ ใน Circles แบ่งปันตำแหน่ง รวมถึงติดตามมือถือหากสูญหาย ถ้าบุตรหลานอยู่กับมือถือตลอดเวลา ก็ตามหาคนได้
  • Find My Phone เป็นแอปฯ ที่มีประโยชน์ในการติดตามโทรศัพท์มือถือที่หาย หาไม่เจอ หรือถูกขโมย ตัว GPS จะทำการค้นหาแล้วอัปเดตตำแหน่งตามเวลาจริงเมื่อโทรศัพท์เปลี่ยนตำแหน่ง แล้วรายงานผลทันทีบนแผนที่ในแอปฯ ที่เชื่อมต่อไว้ ซึ่งก็เช่นกัน สามารถตามตำแหน่งคนได้เมื่อเปลี่ยนตำแหน่งที่อยู่
  • Find My Friends เป็นแอปฯ ที่มีความสามารถในการค้นหาและตามตัว แชร์ตำแหน่งหากันและกันได้แบบเรียลไทม์ และเช็กตำแหน่งเป็นรายบุคคลได้ ในกรณีที่นัดเที่ยวเป็นกลุ่มใหญ่ หรือในกรณีที่เดินหลงกันก็สามารถตามเจอ
  • Glympse เป็นอีกหนึ่งแอปฯ ที่ใช้งานง่ายไม่ยุ่งยาก โดยสามารถแชร์ตำแหน่งได้แบบเรียลไทม์ ค้นหาตัวเด็กได้อย่างรวดเร็ว
  • Google Maps เป็นแอปฯ ที่มีติดโทรศัพท์อยู่ในโทรศัพท์แทบทุกเครื่อง โดยเปิดใช้ฟังก์ชัน Location sharing สามารถเลือกบุคคลที่เราอยากจะแชร์ตำแหน่งไปให้ได้ ซึ่งใช้ได้ทั้งระบบ ios และ andriod เลย

ขอขอบคุณ

ข้อมูล :tonkit360.com